2006/Jul/20

ไปบ้านอุมะจิกลับมาแล้วจ้า... กำลังเขียนบันทึกอย่างละเอียดอยู่ ตอนนี้เอาบทความที่จะส่งไปลงในนิตยสารที่ญี่ปุ่นไปชิมพลางๆก่อนก็แล้วกัน ของจริงจะตามมา ... เร็วๆนี้


ความพอดีที่หมู่บ้าน

เราชอบเที่ยวบ้านนอก พอคุณโอโตชิชักชวน เลยตอบตกลงอย่างไม่รีรอ บ้านอุมะจิในหนังสือที่เขียนเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ เรานึกเป็นห่วงอยู่ในใจ

ตอนที่อ่าน กกคุนบ้านอุมะจิ สร้างหมู่บ้าน เราปิดหนังสือหลายครั้ง นั่งจินตนาการถึงบ้านอุมะจิ จากหมู่บ้านที่ไม่มีอะไรนอกจากป่ากับแม่น้ำ ค่อยๆสร้างผลิตภัณฑ์แห่งความภูมิใจ ค่อยๆส่งข่าวสารออกไปตามแบบฉบับเฉพาะตัวของหมู่บ้าน บ้านอุมะจิ ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ " ยินดีต้อนรับสู่บ้านอุมะจิจ้ะ บ้านเราไม่มีอะไรหรอก จะมาอยู่ตั้ง 6 วันเชียวหรือ กลัวจะเบื่อเสียก่อนน่ะสิ ยังไงก็พักผ่อนตามสบายนะ" ตั้งแต่เข้ามาในหมู่บ้าน เราได้ยินคำทักทายแบบนี้นับครั้งไม่ถ้วน บ้านเราไม่มีอะไรงั้นหรือ? ไม่ใช่มั้ง! เรารู้สึกอย่างนั้นตั้งแต่วันแรกแล้ว

เราอยู่ที่บ้านอุมะจิ 6 วัน ในวันธรรมดาๆ สายน้ำไหลเรื่อยเอื่อยริน ทุกวันจะมีลุงมานั่งตกปลา เด็กๆในศูนย์เด็กเล็กโก่งคอร้องเพลงเสียงดังลั่น เต้นกันจนพื้นสะเทือน ทีมเบสบอลเยาวชนซ้อมอย่างแข็งขันไม่ได้ขาด แม้ว่าในบางวันจะมีคนไปสายให้โค้ชดุบ้างก็ตาม ป้าในหมู่บ้านดูแลดอกไม้ในกระถางหน้าบ้านทุกวัน โทรศัพท์ในโรงงานยูสุดังตลอดเวลา เช่นเดียวกับผู้คนที่หลั่งไหลมาดูงาน สายพานผลิตเจ้าเอื๊อกหมุนไปไม่ขาดสาย ขณะที่สาวๆกำลังบรรจุผลิตภัณฑ์เป็นเซ็ตเข้าหีบห่ออย่างสวยงาม ที่บริษัทผลิตภัณฑ์ไม้ ECOASU (พรุ่งนี้ กับสิ่งแวดล้อมที่ดี) เจ้าหน้าที่กำลังค้นคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆจากการแปรรูปไม้สนที่ตัดจากป่าปลูก ในห้องผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนพิเศษและผู้มาเยือนผลัดกันเข้ามานั่งดื่มเจ้าเอื๊อกอยู่เสมอ เจ้าหน้าที่สำนักงานก็ทำงานยุ่งจนถึงดึกดื่นบ่อยๆ

หมู่บ้านอุมะจิในอ้อมกอดของขุนเขา ค่อยๆขยับไปอย่างเงียบๆ

ในวันที่มีงาน พอมีคนเข้ามาในหมู่บ้าน บ้านอุมะจิที่แอบอยู่ในซอกเขา ก็จะต้อนรับทุกคนเหมือนเป็นเพื่อน โดยไม่ตื่นตระหนก ไม่มีอะไรผิดไปจากบ้านอุมะจิที่เคยเป็น ในงานเลี้ยงจะมีอาหารสดอร่อยจากป่าและจากแม่น้ำ มีเสียงเพลง มีดนตรี มีคนออกมาเต้น มีเหล้าให้ดื่ม มีบรรยากาศชวนให้ทุกคนเข้ามาเป็นเพื่อนกัน ไม่แปลกที่บ้านอุมะจิจะมีแฟนๆมากมาย ความตั้งใจทำให้ดีที่สุดจากสิ่งที่หมู่บ้านมีอยู่ ไม่ว่าใครได้พบก็อยากช่วยอยากเชียร์กันทั้งนั้น โลกของบ้านอุมะจิกำลังค่อยๆแผ่ขยายออกไปทีละน้อย ตามจังหวะย่างก้าวของหมู่บ้านเอง

คนเราต้องการอะไรในการดำรงชีวิตบ้าง? อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ที่นี่มีพร้อม มีโรงเรียนให้เด็กๆเรียนถึงจบมัธยมต้น ที่อนามัยมีคุณหมอ ตำรวจประจำหมู่บ้านก็มี ทีวีก็รับได้ แม้แต่คลื่นโทรศัพท์ก็มี จะต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อท่องโลกกว้างก็สามารถทำได้ ไม่มีเรื่องลำบากอะไรในการดำรงชีวิต งานก็มีให้ทำอย่างพอเพียง จากผลความพยายามที่ค่อยๆสะสมมาอย่างต่อเนื่อง

แต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องคิดอีกมาก คุ้มยานาเสะที่ประชากรแก่ชรา ทำให้คนลดลงเรื่อยๆ ปัญหานี้จะแก้อย่างไร ร้านขนมปังเล็กๆจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ผลิตภัณฑ์ยูสุ ที่เดี๋ยวนี้มีอีกหลายที่ผลิตออกมาแข่ง สหกรณ์การเกษตรจะสามารถสู้ต่อไปได้หรือไม่ เราเชื่อว่า ตราบได้ที่หมู่บ้านไม่ขัดขวางความเป็นไปได้ของทุกผู้คนที่นี่ ช่วยส่งเสริมให้แต่ละคนได้เติบโตไปในหนทางที่ถนัด และทุกคนยังมีใจที่จะร่วมพัฒนาหมู่บ้านไปด้วยกัน บ้านอุมะจิจะสามารถไหลไปกับกระแสแห่งกาลเวลา และกระแสน้ำแห่งแม่น้ำยาสุดะ ด้วยกำลังที่เข้มแข็งมั่นคงไม่แพ้ที่ใดในโลกนี้

บ้านอุมะจิไม่มีอะไร งั้นหรือ? ไม่ใช่หรอก ที่นี่มีทุกอย่าง ความพอดีที่หมู่บ้าน มีอยู่แล้ว ที่นี่... ที่บ้านอุมะจิ



ผู้แปลเป็นคนชอบเที่ยวบ้านนอก เฝ้าเพียรเที่ยวมากว่าสิบปีแล้ว ไม่ว่าบ้านนอกไทยหรือญี่ปุ่น ล้วนมีเสน่ห์เฉพาะตัว เป็นเสน่ห์ที่ไม่ได้ตระเตรียมแต่งเติมไว้รอให้ใครมาดูชม การดำเนินชีวิตตามแบบฉบับของท้องถิ่นนั้นๆ คือเสน่ห์ที่แท้ที่ผู้ไปเยือนสามารถรู้สึกได้

หลายคนอาจคิดว่า บ้านนอกควรอนุรักษ์ความเป็นบ้านนอกเอาไว้ ขณะที่หลายคนก็คิดไปถึงการพัฒนาที่จะทำให้คนบ้านนอกได้รับโอกาสต่างๆเท่าเทียมกับคนในเมือง ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ ในหมู่บ้านเล็กๆ เป็นหนึ่งเรื่องราว ชีวิตของผู้คนบ้านนอก กับการพัฒนาที่ผู้คนในชุมชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทาง

คำนำจากผู้แปล ในหนังสือ ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในหมู่บ้านเล็กๆ เริ่มต้นขึ้นอย่างนี้

บ้านนอกมีธรรมชาติ อากาศสดชื่น ผู้คนอัธยาศัยดี แต่ไม่มีเงิน ไม่สะดวก ในเมืองไทยก็พูดถึงบ้านนอกในแง่นี้เช่นเดียวกัน เมื่อพยายามทำเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ทำบ้านนอกให้สะดวกขึ้น ธรรมชาติกลับถูกทำลาย จิตใจผู้คนเสื่อมลง ตัวอย่างเช่นนี้มีให้เห็นนับไม่ถ้วน การพัฒนาที่ไม่ทำลายสมดุลของบ้านนอกจะมีไหม เป็นคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ

เมื่อได้อ่าน กกคุนบ้านอุมะจิ สร้างหมู่บ้าน และมาเยี่ยมหมู่บ้านอุมะจิ จึงได้พบว่า คำตอบของการพัฒนา มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในทุกลมหายใจของหมู่บ้าน

ตราบใดที่ผู้คนในท้องถิ่นยังคงเข้มแข็ง การพัฒนาไม่ใช่สิ่งที่ต้องเกรงกลัว

บ้านอุมะจิ สู้เขานะ! เราเอาใจช่วยเสมอ

Comment

Comment:

Tweet


<a href="http://pffecvclrquxrnc.com">xzratgqhxgyoatr</a> http://fbuahhpuvshmewt.com [url=http://qzkqknlaplhmhkd.com]ggoijswnkkzuuao[/url]
#3 by tuucdqsidc (94.102.52.87) At 2010-06-10 21:41,
นิล

รอช้าอยู่ใย ถ้าใจต้องการ
เขียนเลย... จะได้ไปอ่านมั่ง
bookhemian เงียบไปนานแล้วนะ
#2 by มุ At 2006-07-31 23:13,
รออ่านบันทึกอุมะจิของพี่มุอย่าใจจดจ่อ
ทุกเสาร์อาทิตย์ที่เปิดเนตได้
อยากเขียนมั่งจัง บันทึกอุมะจิที่ยนี่คงเป็นแรงบันดาลใจให้เขียนได้เยอะอย่างพี่มุบ้าง

รออ่าน รออ่าน
#1 by นิล (61.7.142.249) At 2006-07-31 08:53,

มุทิตา พานิช
View full profile