2006/Aug/26

หยิบหนังสือซีไรต์เล่มนี้มาจากซอกตู้ร้านหนังสือแห่งหนึ่ง ในวันที่พยายามหาเหตุผลดีๆที่จะได้เก็บเวลาเพื่ออยู่กับตัวเอง ในห้วงแห่งหน้าที่การงานที่พันพัวนัวเนียกับชีวิตตั้งแต่ตื่นยันเข้านอนมาเป็นเดือนแล้ว

ผลก็คือ ได้นอนอ่านทุกก่อนนอนและหลังตื่นใหม่ๆ มีมุมที่แอบหนีออกมาจากงานจนได้

ยอมรับว่าอ่านอย่างไม่ค่อยมีสมาธินัก มือคอยเปิดมาหาส่วนที่ชอบซ้ำแล้วซ้ำอีก จนอ่านจบหมดแล้ว ก็ยังหวนกลับไปอ่านส่วนนี้อีกบ่อยๆ ...

เยี่ยงเดียวกับขุนเขาอันมีรากฐานไพศาลฝังลึกอยู่ในเนื้อดิน; การปรากฏตัวขึ้นของงานเขียนแต่ละชิ้นมีที่มาจากน้ำเนื้อแห่งชีวิตซึ่งเกินประมาณ มาจากความรักอันยิ่งใหญ่ มาจากจิตใจอันกว้างขวาง แต่ละสิ่งละอย่างเหล่านั้นซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบอยู่เบื้องหลังงานเขียน ดุจเดียวกับเนื้อหินมหาศาลซึ่งสงบนิ่งอยู่ใต้ขุนเขา...

ด้วยวิถีแห่งพันธะ; งานเขียนคือการแสดงทัศนะต่อชีวิตและสังคม ตั้งคำถามต่อสองสิ่งดังกล่าว ทั้งพยายามค้นหาคำตอบ, ทำความเข้าใจ นี่เป็นงานอันยากลำบาก เสมือนจะเกินเลยไปจากศักยภาพของมนุษย์คนหนึ่งพึงมี หลายปีมานี้ผมจึงเกิดความรู้สึกว่างานหนักของนักเขียนไม่ได้อยู่ที่การนั่งตอกพิมพ์ดีดหามรุ่งหามค่ำ ทว่ากลับอยู่ที่การพยายามทำความเข้าใจชีวิตและสังคมเป็นสำคัญ เริ่มจากตัวเอง ก่อนขยายขอบเขตออกไปสู่คนรอบข้าง...

โดยปริยาย; การทำความเข้าใจดังกล่าว ดำเนินควบคู่ไปกับการจัดระบบชีวิตตัวเอง ประสานความคิด, ความเชื่อ และศรัทธาเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับกระบวนการแห่งพฤติกรรม เป็นเรื่องยากที่นักเขียนคนใดจักสามารถเสกสร้างงานเขียนขึ้นมาท่ามกลางภาวะขัดแย้งของบรรดาสิ่งเหล่านี้ ในเมื่อ งานเขียน เป็นแต่เพียงส่วนยอดของภูเขาซึ่งโผล่พ้นผืนดินขึ้นมาให้เห็น เป็นเพียง ดอกผล ของชีวิตซึ่งผลิบานขึ้นมาให้ผู้ผ่านทางได้เชยชม เบื้องหลังของงานเขียนคือชีวิตทั้งชีวิต เบื้องหลังวรรณกรรมคือตัวตนสัมบูรณ์ของนักเขียน และแน่นอน... สัมฤทธิผลของงานเขียนย่อมมีรากฐานมาจากศักยภาพของชีวิต

โดยนัยเดียวกัน; เราเสมือนกำลังทำงานอยู่บนความเชื่อและศรัทธาเฉพาะตน งานเขียนของเราจักกล่อมเกลาจิตใจของเราเป็นเบื้องต้น หลายปีมานี้ผมได้เรียนรู้ว่า ชีวิตได้ให้กำเนิดงานเขียน ขณะที่งานเขียนสร้างวิถีให้แก่ชีวิตก้าวเดินไป ผมไม่แน่ใจว่านี่เป็นเพียงการหลงวนอย่างหนึ่ง หรือกำลังเดินไปในครรลองซึ่งนำไปสู่คำตอบ? อย่างไรก็ตาม เมื่อการเดินทางยังไม่สิ้นสุด คงไม่อาจมีใครแจ้งชัดต่อจุดหมาย

แม้กระนั้น; ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความรู้สึก, ความคิดและความเชื่อเฉพาะตน นักเขียนแต่ละคนต่างมี วิถี แตกต่างกันไป สิ่งเดียวที่น่าจะเหมือนกันคือการวางเดิมพันต่องานเขียนด้วยชีวิต ในลักษณาการเช่นนี้ ไม่มีใครบอกได้ว่าคนเราต้องล้มลงสักกี่ครั้ง ถึงจะเรียนรู้การหยัดยืนอันมั่นคง?...

เราสู้... เราพ่าย... เราชนะ -- สิ่งเหล่านี้มิได้มีความหมายอะไรนัก การชนะเพียงแต่ช่วยส่งเสริมกำลังใจของเรามากขึ้น แต่การพ่ายแพ้ก็ไม่ได้หมายถึงการสูญเสียจนหมดสิ้นกำลังใจ ทว่ามันกลับเป็นไปเพื่อให้เราปลุกปลอบ-ปลูกสร้างกำลังใจขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ไม่ว่าพ่ายแพ้หรือชนะ ชีวิตก็ยังคงก้าวเดินต่อไป เพราะนี่คือสัจจะในวิถีแห่งการงานอันเงียบเหงา!

กนกพงศ์ สงสมพันธุ์

เชิงเขาหลวง: นครศรีธรรมราช

9 กุมภาพันธ์ 2539

(จาก บางถ้อยคำ ในหนังสือ แผ่นดินอื่น)


ในฐานะนักแปลและนักอยากเขียนคนนึงอยากจะร้องดังๆว่า เห็นด้วยที่สุด ยกเว้นตอนท้ายที่ว่า งานเขียนคือวิถีแห่งการงานที่เงียบเหงา

สำหรับเรากลับตรงข้าม ชีวิตที่เงียบเหงา หายเหงาได้ก็เพราะงานเขียน ได้พบกับเพื่อนร่วมทางมากมาย ที่เมื่อก่อนหาแทบตายก็ไม่เจอ

ดีใจที่ได้รู้ว่า คนบ้าไม่ได้มีเราเพียงคนเดียว...

ด้วยความเคารพ

จากนักอ่านน้อย

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
นักเขียนท่านใดที่ต้องการแนะนำงานเขียนของตนเองสามารถแนะนำได้ที่เว็บ www.praphansarn.comที่คมลัมน์แนะนำหนังสือดีครับ
#1  by  หนอนน้อย (58.9.144.119) At 2007-08-27 17:26, 
หนูจะเอาไปวิจารร์ค่ะ
#2  by  ฉัตรชฎา (61.19.148.130) At 2007-09-12 09:20, 

<< Home


มุทิตา พานิช
View full profile