2006/Sep/10

ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ฉันมาทดลองเข้าเรียนโรงเรียนในหุบเขาที่ยานาเสะ พอเห็นเด็กม.ต้นและเด็กประถมที่มารวมกันในโรงยิม ฉันตกใจมาก เพราะรวมเด็กทั้งหมดแล้วมีเพียงราว 30 คนเท่านั้น ก่อนมาที่นี่ฉันค้นเรื่องนี้จากทางเน็ตมาก่อนแล้ว รู้ว่าที่นี่มีนักเรียนน้อย แต่เมื่อมาเจอจริงๆก็ยิ่งรู้สึกว่าโรงยิมดูกว้างใหญ่เหลือเกิน

การทดลองเรียนวันแรก เป็นงานไม้ ให้ตัดไม้แล้วประกอบเป็นตัวการ์ตูนที่ชอบ ฉันทำเป็นตุ๊กตาธรรมดา ตุ๊กตาตัวนั้น ตอนนี้แขวนไว้ที่รถพ่อ

วันที่สอง ฉันเข้าไปเรียนในห้อง ม.2 เรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนเดิมของฉันในห้องมีตั้งสามสิบกว่าคน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เรียนในห้องที่มีนักเรียนแค่สองคน แต่ฉันกลับรู้สึกสบายใจ ถ้าเป็นโรงเรียนนี้ ฉันอาจจะมาได้ทุกวัน ฉันตัดสินใจย้ายมาเรียนที่ยานาเสะ ในวันที่ฉันเดินทางกลับเข้าตัวเมืองโคจิ

แล้วในเดือนกันยายน วันเปิดเรียนก็มาถึง ในวันนั้น ถึงจะมีคนน้อยแค่ไหน ฉันก็ยังตื่นกับการออกไปยืนพูดต่อหน้าคนอื่นอยู่ดี ฉันสวัสดีครูใหญ่ แล้วแนะนำตัวเองต่อหน้าทุกคน ตอนนั้นหัวใจเต้นแรงจนแทบเป็นลม เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ฉันเริ่มมีความหวังขึ้นทีละน้อย

แต่ย้ายโรงเรียนมาใหม่ๆ ก็มีเรื่องผิดพลาดเหมือนกัน ในวันแรก ฉันลืมว่ามีซ้อมกรีฑา เลยกลับบ้าน แล้วก็ต้องรีบกลับไปโรงเรียนอีกรอบ เดือนกันยายนมีการซ้อมแข่งกีฬาและกรีฑา จนฉันที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังปวดเมื่อยไปหมด แต่พอออกกำลังทุกวันจนชิน ฉันก็วิ่งได้เหมือนกัน วิ่งสองกิโลก็ได้เวลาดีขึ้น ฉันดีใจมาก

ถึงวันแข่งกีฬา งานของยานาเสะมีทั้งเด็กก่อนประถม เด็กประถม และเด็ก ม.ต้น มาเล่นด้วยกัน ตอนแรกฉันสงสัยว่า จะเล่นกับเด็กเล็กยังไง แต่พอลองแล้วก็สนุกมาก ฉันต้องช่วยเวลาเด็กๆแข่งบ้าง แข่งเองบ้าง ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายบ้าง งานยุ่ง แต่ก็สนุกดี

ตอนประกวดกองเชียร์ ฉันซ้อมมาอย่างดีจนตะโกนเสียงดังได้ แต่ตอนพูด สอง สอง สี่ ปรบมือ ฉันคงพยายามเปล่งเสียงมากไปจนกลายเป็นเสียงประหลาด ฉันแค้นตัวเองจนร้องไห้ จะว่าไปแล้วงานกีฬาที่ทั้งสนุก ทั้งแค้นจนน้ำตาไหลแบบนี้ ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตของฉัน

มีกิจกรรมอีกหลายอย่าง ที่ยังประทับใจจนทุกวันนี้ คือการทดลองฝึกทำงาน กิจกรรมนี้ที่โรงเรียนเดิมก็เคยมี ฉันเลยไม่ค่อยอยากทำเท่าไหร่ แต่พอลองไปทำงานจริงๆ กลับสนุก ทำไปได้อย่างไม่เบื่อ ที่ที่ฉันไปทำงานคือที่โรงแรมน้ำแร่ร้อนอุมะจิ โดยเฉพาะที่ร้านอาหารสนุกที่สุด

ตั้งแต่มาอยู่ยานาเสะ บางทีฉันก็ลืมทำการบ้านให้คุณครูดุบ้างเหมือนกัน แต่ก็มีช่วงเวลาที่สนุกสนานอยู่มาก ดีใจที่มาที่นี่ ถึงตอนนี้บางครั้งฉันก็ยังกลับไปที่ตัวเมืองโคจิอยู่บ้าง เจอเพื่อนเก่าทีไรฉันก็จะเล่าเรื่องยานาเสะให้ฟัง ที่โคจิก็สนุกดี แต่ตอนนี้ฉันว่าบ้านที่ยานาเสะอยู่ได้อย่างสบายใจ ทำให้ฉันคลายกังวล

ตั้งแต่ฉันมาอยู่ที่นี่ ฉันรู้สึกว่าตัวเองค่อยๆเปลี่ยนไป ฉันเริ่มไปโรงเรียนได้ทุกวัน ทำอะไรเองคนเดียวได้มากขึ้น ตั้งแต่นี้ฉันจะพยายามไปโรงเรียนทุกวันโดยไม่หยุด และจะพยายามไปร่วมกิจกรรมชมรมให้ได้ค่ะ

ตั้งแต่มาที่ยานาเสะนิชิกาวะ ยู ชั้น ม.2 โรงเรียนมัธยมต้นยานาเสะ

Comment

Comment:

Tweet


แปลมาค่ะ จากหนังสือรวมเรียงความเด็กๆที่บ้านอุมะจิ
ไปมาเมื่อสองเดือนที่แล้ว ยังเขียนได้ไม่รู้จบ อยู่ที่ umaji-diary

ยินดีเป็นน้ำเย็นๆดับร้อนค่ะ
#2 by มุ At 2006-09-10 19:39,
เป็นบทที่แปลมารึเปล่าคะ หรือว่ามาจากหนังสือเอ่ย ชอบมาก ๆ เลยค่ะ ตอนนี้นั่งทำสัมนาเรื่องสังคมญี่ปุ่นในช่วงสิบปีอยู่ค่ะ รู้สึกดีใจมากที่มาเจอบล็อคนี้ หวังว่าหลังจากทำสัมนาเสร็จแล้วจะเข้ามาอ่านให้หมด มีหลายเรื่องน่าที่สนใ
เมื่อกี้อารมณ์ไม่ดีมาก ๆ พอมาเจอบล็อคนี้ ช่วยคลายร้อนได้เยอะเลย
ขอโทษนะคะเขียนอะไรซะเยอะแยะ +555 อย่าถือสาเลยนะคะ
ความบังเอิญก็มีเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับชีวิตดีแท้
#1 by FlowerP At 2006-09-10 19:21,

มุทิตา พานิช
View full profile