2006/Nov/28

คีรีวง - จากไพร่หนีนาย ถึงธนาคารแห่งขุนเขา

พรพิไล เลิศวิชา

สำนักพิมพ์หมู่บ้าน

อ่านและแปล ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในหมู่บ้านเล็กๆ เสร็จแล้วก็เที่ยวถามเขาไปทั่ว ว่ามีหมู่บ้านเมืองไทยที่ เจ๋ง แบบนี้บ้างไหม และมีหนังสือเกี่ยวกับหมู่บ้าน เจ๋งดี ที่อ่านได้อารมณ์มันส์ๆบ้างไหม

ได้พบหนังสือแล้วหนึ่งเล่ม เกี่ยวกับบ้านคีรีวง ที่นครศรีธรรมราช เล่มที่อ่านเป็นเล่มพิมพ์ครั้งที่ 1 เมื่อสิงหาคม 2532 หน้าปกรูปน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่คีรีวง เมื่อปี 2531 หนังสือไม่ขำ ออกวิชาการนิดๆแต่ก็ไม่มากจนเกินไป อ่านแล้วได้อารมณ์หนักแน่น อึด อดทน ตามธรรมชาติของหมู่บ้านในยุคนั้น มองเห็นการไหลไปข้างหน้าของหมู่บ้าน ชวนให้อยากไปรู้จักอยากติดตามตอนต่อไป ยกให้เป็นหนังสือที่ชอบมากอีกเล่มหนึ่ง

บทที่ 6 บทเรียนจากคีรีวง พูดถึง อนาธิปัตย์นิยม(Anarchism)ไว้น่าสนใจดี Southboundที่แปลจบไปก็พาดพิงเรื่องนี้ค่อนข้างมาก หรือว่าเราก็นิยมทางนี้กะเขาเหมือนกัน?

หวังว่าคงได้ไปเยือนคีรีวง เร็วๆนี้

Comment

Comment:

Tweet


ไม่รู้ว่าผมคือลูกหลานคีรีวงหรือเปล่า
#23 by เสรี คีรีวงศ์ (103.7.57.18|58.8.96.51) At 2012-05-25 13:33,
ทำไม ไม่คิดกันบ้างว่าคนคีรีวงอาจจะหนีโรคไข้น้ำมาก็ได้ (โรคหง่า)ถึงมาอยู่ต้นน้ำ
#22 by (183.89.93.93) At 2010-05-21 02:00,
คีรีวงกำลังรอหายนะ เคยสำรวจไหมว่ามีประชากรเท่าไร่ แต่ละครอบครัวมีหนี้สินandที่หำมาหากินเท่าไร่ ทรัพยากรมีพอหรือไม่ สมัยก่อนที่คีรีวงยังสบายก็เพราะยังมีทรัพยากรมาก ประชากรน้อย มีการช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันแต่ตอนนี้มันไม่ใช่ (เมื่อเวลาเปลี่ยนอะไรๆก็เปลี่ยน)คุณยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงหรือคุณจะรอให้วันนั้นมาถึง เมื่อวันที่โหดร้ายมาถึง อะไรที่สวยจะต้องมีองค์ประกอบที่ดีหลายอย่าง มองอะไรอย่ามองแค่ภายนอก From คนที่มองคีรีวงมากว่า20ปี
#21 by (183.89.93.93) At 2010-05-21 01:43,
สนใจว่างๆก็มาเที่ยวสิคับ ยอดเขาภาคใต้สูงสุด 1835เมตรจากระดับน้ำทะเล 7.5 กม.ทางอากาศ มีลูกหาบ(+พ่อครัวหัวป่า555)

1)มีเฟินร์ยักเท่าต้นมะพร้ว(ดงมหาสดำ*เขียนถูกป่าวไม่รู้)
2)เอื้องสายเสริฐ
3)ปิโกเนี๋ย ดงบัวแฉก
4)หวาย หลายชนิด
5)เลี้ยงปลาในลำธารตามธรรมชาติ
6)ผลไม้สวนสมรม มังคุดกิโลล่ะ 100กว่าบาท(เดือน9-10)
7)เที่ยวยอดเขา3วัน2คืน

(beekeereevong@hotmail.com)
#20 by (118.173.40.129) At 2010-04-08 15:15,
ได้เข้ามาใน blog 20 มี.ค.53 เข้าใจได้ถึงความรู้สึก นานาจิตตัง คีรีวงมุมมองหลากหลายมิติ ควรค่าแก่การศึกษา จงภูมิใจในความเป็นคีรีวง และต้องทำใจในการเป็นคีรีวง ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ไม่มีใครกำหนดชะตาของคีรีวงได้นอกจากตัวคีรีวงเอง ไม่มีใครทำร้ายคีรีวงได้นอกจากคีรีวงทำร้ายคีรีวงเอง ทุกข้อคิดเห็นใน blog นี้ ถือว่าเป็นประโยชน์ ขึ้นอยู่กับว่าจะมองมุมไหน มองในมิติไหนและจะนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไรopen-mounthed smilebig smile
#19 by (203.151.15.246) At 2010-03-20 16:09,
คีรีวง ปากพนัง หัวไทร นี่แหละตำนานเกลอเขา เกลอเล ชาวคีรีวงล่องเรือนำผลหมากรากไม้มาฝากและชาวหัวไทรปากพนังเก็บข้าวสาร ปลาแห้งไว้รอใอ้เกลอเสมอ บางครั้งประวัติศาสตร์ก็เป็นสิ่งที่นึกถึงแล้วอบอุ่นใช่มั้ย
#18 by แอ๊ด (110.49.61.212) At 2010-01-06 19:58,
การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เป็นอะไรที่ควรศึกษา ไม่มีใครเกิดทัน เรียนรู้เพื่อทราบ ไม่ใช่เป็นการดูถูกบรรพบุรุษว่าเป็นใครมาจากไหน สมัยก่อนการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไม่มี มีแต่ปากต่อปาก อาจจะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ต้องหาหลักฐานมายืนยัน อย่าใช้อารมณ์วู่วามตัดสิน
#17 by ครูลำดวน (124.122.2.78) At 2009-12-13 20:20,
สำหรับเราความรู้สึกที่อ่านคำว่า ไพร่หนีนาย เรากลับรู้สึกได้อารมณ์ว่านายต่างหากที่ไม่ดี บังคับกดขี่ แต่ไพร่ในที่นี้ไม่ได้ให้อารมณ์ที่ต่ำต้อยเลยนะ กลับให้ความรู้สึกว่าเป็นเสรีชน คนอิสระมากกว่า แต่ว่าตัวหนังสือมันไม่ได้มีอารมณ์ มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของคนอ่านหรือเปล่า
แต่ความจริงจะเป็นอย่างไร เราก็เชื่อว่าคงมีหลายมุม ดังนั้นถ้ารู้สึกเป็นภาระอยากให้คนเห็นมุมที่เราเห็นก็ควรสะท้อนภาพกลับไปที่คนที่เห็นอีกมุม หรือคนที่นำมาเผยแพร่ก็ควรเป็นสื่อกลางให้นะคะ
#16 by neo (125.24.191.245) At 2009-11-22 08:10,
เราอยู่คีรีวงด้วยแหละ^^อิอิ^^open-mounthed smile
#15 by (61.7.240.22) At 2009-09-18 14:44,
^^คีรีวงจงเจริญ^^
#14 by (61.7.240.22) At 2009-09-18 14:43,
ผมเข้้ามาอ่านบ่อยน่ะครับ อย่างที่ คุณนักศึกษาพูด คุณพูดถูก(แต่คุณก็ไม่ใช่คนคีรีวง)

คีรีวงมีประชากรอาศัยอยู่เท่าไหร่?
วันนี้มีกี่คน มีกี่กลุ่ม มีกี่แนวคิด
คีรีวงก็ไม่ต่างจากหมู่บ้านอื่นๆ
ที่รอการล่มสลาย เหมือนหมู่้บ้้านอื่นที่ล่มสลาย
ทางความคิด วัฒนธรรม สังคม มาแล้ว
แต่่คีรีวง เวลานั้นยังมาไม่ถึง

ทุนนิยมคือส่วนหนึ่ง ที่ทำลาย แค่คนคีรีวงอึดกว่าแค่นั้นเอง

ผมไม่ชอบ การพูดถึงคีรีวง ในทางที่เลิศหรูเกินจริง เพราะสิ่งเหล่านั้นจะกลับมาทำลายเรา

ผมมีความรู้สึกว่า การพูดถึงบ้านผม ขอให้มีข้อมูล
อย่าฟังจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คีรีวงไม่ใช่นิยาย

เราก็มีปัญหาที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงอยู่เหมือนกัน
อย่าคาดหวังกับพวกเรา เพราะเราก็ไม่คาดหวังอะไรจากพวกคุณ


#13 by (124.157.182.65) At 2008-11-22 20:32,
เห็นด้วยนะคะ ที่ว่า หนังสือ ไพร่หนีนาย มีแต่เขียนยกย่องถึงความเข้มแข็ง อดทน มีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีการเขียนดูถูก หรือให้ร้ายใด ๆทั้งสิ้นเลยค่ะอันนี้เดี้ยนขอ conferm ค่ะ แต่เรื่องราวภายในหมู่บ้านในตอนนี้ คงไม่มีใครล่วงรู้ได้ดีเท่ากับคนในหมู่บ้านคีรีวงเองหรอกค่ะ ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่เคยอาศัยอยู่ที่นั่นนะคะ (3 ปี)
มีคนเคยบอกมาว่าคีรีวง
"ข้างนอกสดใส แต่ข้างใน..." คนคีรีวงอ่านแล้ว อยากให้ทบทวนดูให้ดี ๆนะคะ ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ดูเหมือนจะมีการชิงดีชิงเด่นกันในชุมชน อย่าเลยค่ะ กรุณารักษาความสัมพันธ์อันดีที่มีมาแต่รุนก่อนของเราให้คงอยู่ตลอดไปเถอะค่ะ ขอให้คนคีรีวงรักพวกพ้องน้องพี่กันให้มาก ๆ แล้วคนภายนอกก็จะศรัทธาเรื่องราวของหมู่บ้านนี้ตลอดไป
แต่ยังไงก็เหอะธรรมชาติที่นั่นสวยงามจริง ๆ ไปเที่ยวกันนะคะ
"คีรีวงจงเจริญ"
double wink
#12 by นักศึกษา 20 (118.173.146.230) At 2008-08-06 09:12,
เนื้อในคีรีวง เพชรแท้หรือมะเดื่อ การจัดการเพื่อตัวเองหรือพวกพ้องใครได้ใครเสีย คุณรู้จักคนคีรีวงแค่ไหน กลุ่มไหน กี่คน ใครบ้าง
#11 by (202.57.175.217) At 2008-07-28 14:03,
#10 by เจ้าขุน (118.173.37.1) At 2008-03-12 14:55,
ยังไงบ้านเราก็สุขใจที่สุด
#9 by (58.10.96.132) At 2008-02-13 14:43,
ชอบจังเลย
#8 by อมรลักษณ์ (124.157.246.57) At 2007-11-22 13:15,
ถึง ข้าวขาว
ดีใจที่มาเยี่ยมนะ
หวังไว้ว่าจะไปนอนกินมังคุดที่คีรีวงตามที่เล็กชักชวน แต่เดือนที่แล้ว(และเดือนนี้ด้วย) มีงานน่าทำไหลมาเทมาจนหาเวลาไม่ได้เลย คงต้องรอโอกาสต่อไป

โชคดีที่คุณคีรีวงโทร.มาคุยกันไม่นานหลังจากมาเขียนความเห็นไว้ที่นี่ ขอบคุณเล็กที่ช่วยให้เราได้คุยกันอย่างยาวมาก ที่จริงเราก็คนรักคีรีวงเหมือนๆกัน คุยกันแป๊บเดียวก็เข้าใจ

แล้วเจอกันใหม่ที่คีรีวงจ้ะ
#7 by มุ At 2007-09-06 14:37,
ตามเข้ามาอ่านตามคำบอกเล่าของายเล็ก (แต่ค้นหาเองอยู่นานเหมือนกัน ) เดือนที่แล้วไปนอนเล่นอยุ่ที่บ้านของนายเล็ก เห็นหนังสือเจ้าเอือก จากบ้านอุมาจิของพี่มุตั้งอยู่ที่ในห้อง นายเล็กบอกว่าคนแปลส่งมาให้อ่าน เลยอ่านไปเกือบจบเล่ม พอดีเวลาหมดต้องกลับมาทำงานต่อ ได้แต่เอาใบไม้คั่นหน้าที่อ่านค้างเอาไว้ คราวหน้าไปจะได้ไปอ่านต่อ หนังสือดีค่ะ อ่านไปแล้วนึกถึงคีรีวง มีอะไรที่คล้ายๆกัน แต่คีรีวงก็คือคีรีวง ภาวะและสิ่งแวดล้อมที่ทำให้คีรีวงเติบโตดูจะแตกต่างจากอุมาจิ

เข้าใจทั้งคงเข้นบล็อกที่อยากอธิบายสิ่งดีๆ และคนในคีรีวงที่จะอธิบายความเป็นมาของรากเหง้า เพียงแต่การพูดคุยในยามที่ไม่เห็นสีหน้าแววตากันนั้น บางทีมันก็แสดงเจตจำนงได้ไม่ครบถ้วน

แล้วคงได้เจอกันในคีรีวงค่ะ
#6 by ข้าวขาว (203.118.120.74) At 2007-09-04 18:13,
ถึงม่ใช่คนคีรีวงก็อยู่ตำบลใกล้กันคีรีวงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายที่เช่นน้ำตกท่าหา,น้ำตกไม้ปักและอีกมากมายและที่สำคัญยังมีOTOPที่น่าสนใจอีกเยอะมาก(อยากให้เที่ยวกันเยอะๆนะ)
#5 by 50 (202.29.33.135 /192.168.1.186) At 2007-08-23 09:51,
ขอบคุณมากที่มาให้ข้อมูลค่ะ และต้องขออภัยถ้าหากหมู่บ้านจะเสียหายเพราะข้อเขียนในบลอกนี้

ไม่ทราบว่าหนังสือของ คุณพรพิไล เลิศวิชา ได้รับการยอมรับจากชาวคีรีวงมากแค่ไหน แต่เท่าที่คุยกับพี่อารีย์ (ขุนทน) พี่อารีย์บอกให้ไปบริจาคซื้อกระเบื้องที่วัด จะได้หนังสือเล่มนี้ เขียนดีมาก เลยคิดว่าถ้าถึงขนาดวัดวางหนังสือไว้แจกใครก็ได้ที่มาบริจาค หนังสือเล่มนี้ก็น่าจะได้รับการยอมรับจากชาวคีรีวงถึงขั้นหนึ่ง ก็เลยเอามาเขียนบอกต่อให้คนอื่นไปหาอ่านเรื่องราวดีๆแบบนี้ ให้รู้จักคีรีวงกันมากกว่านี้เท่านั้นเองค่ะ

และถ้าคุณ คนคีรีวง และ คนเกิดที่คีรีวง ได้ทราบประวัติศาสตร์จากการบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ที่ไม่เหมือนในหนังสือเล่มนี้ ก็น่าจะยิ่งต้องพยายามเผยแพร่ออกไปให้คนภายนอกรับรู้มากๆนะคะ คนที่ทำงานวิชาการเขาคงพยายามสืบหาข้อมูลอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่ก็อาจไม่ครบถ้วน หรือขาดตกบกพร่องไป (ที่จริงเจ้าของบลอกก็ไม่ใช่นักวิชาการเหมือนกัน และอ่านหนังสือแล้วก็ไม่ได้ปักใจเชื่อไปทั้งหมดหรอกค่ะ) ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่คนเขียนขึ้นใหม่ทั้งนั้น ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้องก็สมควรแย้งค่ะ ผู้รับข้อมูลที่อยู่ภายนอกจะได้รู้ให้ตรงกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ที่แย้งมาที่นี่ก็นับว่าเป็นวิทยาทานกับเจ้าของบลอกและคนที่มาอ่าน ทำให้รู้ว่ามีข้อมูลที่แตกต่างออกไปอีก

ส่วนคำว่าไพร่ ถ้าไปสะกิดให้เกิดความไม่พอใจก็ต้องขอโทษจริงๆ เพราะหนังสือเขาใช้คำนี้จริงๆ (หากอยากจะต่อว่ากันถึงต้นตอคงต้องไปติดต่อ คุณพรพิไล เลิศวิชา คนเขียนนะคะ) และจากเนื้อหาของหนังสือ เขาพูดในเชิงที่ว่า ชาวคีรีวงมีความเป็นตัวของตัวเอง รักอิสระ ไม่ชอบถูกกดขี่ มีการดูแลกันเองในชุมชนได้ดีมาก สามารถพัฒนาชุมชนขึ้นมาได้อย่างน่านับถือที่สุด ถ้าติดอยู่ที่คำคำเดียวแล้วทำให้ไม่ยอมรับรู้อะไรเลยก็น่าเสียดาย ยืนยันว่าอ่านยังไงก็มีแต่เรื่องชื่นชมคนคีรีวง ไม่มีเรื่องดูถูกกันเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ

กำลังจะส่งสำเนาหนังสือเล่มนี้ไปให้น้องที่เป็นคนคีรีวงและตอนนี้ก็อยู่ในคีรีวง ให้เขาลองอ่านดูว่ารู้สึกยังไง สำเนาหนังสือจะส่งไปไว้ที่เล็ก (อดิศักดิ์ ชำนะ) นะคะ

เมื่อกลางเดือนที่แล้วก็ไปคีรีวงมาอีก คราวนี้ไปสี่วัน ค่อยๆรู้จักคีรีวงมากขึ้นอีกนิด เห็นว่าคนคีรีวงมีความเป็นตัวของตัวเองดี มีน้ำใจมากๆเลย ถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปอีกค่ะ
#4 by มุ (203.153.173.253) At 2007-06-03 20:51,
ผมเกิดที่คีรีวง พ่อ แม่ พี่ น้อง ก็คนคีรีวง คนทำคลอดผมก็คือแม่เฒ่าผม ก็คนคีรีวง ผมอยู่คีรีวงมาตั้งแต่เกิด เรียนที่โรงเรียนชุมชนวัดคีรีวง เห็นน้ำท่วมโรงเรียนชุมชนวัดคีรีวง
แล้วคุณเป็นใคร มารู้ประวัติศาสตร์ของคนคีรีวง ไปศึกษามาจากไหน มั่วหรือเปล่า หรือแค่อ่านจากหนังสือ แล้วมาทำเอาหน้า ไม่รู้จริงอย่าเขียน คนอื่นเค้าเสียหาย
ผมเคยคุยกับคนเฒ่าคนแก่เมื่อสิบปีที่แล้ว ผมนั่งคุยกับตาดวน ท่านเล่าว่า บรรพบุรุษของพวกผมเป็นทหารไปรบที่ ไทรบุรี กะลันตัน ท่านชื่อ ทวดกรง หลังจากรบเสร็จก็ได้ภรรยามาหนึ่งคนชื่อทวดลิมะห์ และกลับมาทำสวน ผลไม้เลยท่าหาขึ้นไป ไปดูได้สวนทุเรียนบ้านต้นสี่ห้าคนโอบยังมีอยู่ทุกวันนี้
แล้วมาหาว่าพวกเราเป็นไพร่หนีนาย ถ้าหนีแล้วทวดกรงไปรบที่ไทรบุรีและกะลันตันทำไม
ไม่รู้จริง แค่สันนิษฐานเอา เอามาจากหนังสือ ใครเขียน โคตรเหง้าตัวเองรู้ดีแล้วยัง มาทำเป็นรู้จักโคตรเหง้าคนอื่น
ผมขอแนะนำว่าให้คุณกลับไปคีรีวงใหม่ แล้วเริ่มศึกษาใหม่ น่าจะดีต่อพวกผม และตัวคุณเอง
#3 by คนที่เกิดที่คีรีวง (58.147.114.50) At 2007-06-03 14:02,
เอามาจากในหนังสือค่ะ คัดลอกมาให้อ่านอีกนิดเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ที่จริงอยากซื้อมาแจกให้เพื่อนๆอ่านด้วยซ้ำ เห็นว่าหนังสือเล่มนี้เคยแจกคนที่มาทำบุญที่วัดในหมู่บ้าน แต่พอไปเขาบอกว่าหมดเสียแล้ว ถ้าต้องการอ่านเพิ่มเติมส่งที่อยู่มาได้นะคะ จะถ่ายเอกสารส่งไปให้ หนังสือเขียนดีมาก เขียนถึงคีรีวงในแง่ดีมากๆด้วย เมื่อต้นเดือนมีนาก็ไปเที่ยวคีรีวงมา ได้อยู่แค่วันเดียวยังติดใจเลยค่ะ
-----
บทที่ 2 คีรีวง 200 ปีก่อน
ไพร่หนีนาย
คีรีวงประมาณเกือบสองร้อยปีก่อน เป็นหมู่บ้านเล็กๆประมาณไม่กี่หลังคาเรือน เล่ากันมาว่าบรรดาเหล่าทหารที่ถูกเกณฑ์ไปรบเมืองไทรบุรีได้ชักชวนกันมาทำไร่ทำสวน โดยเลาะเรื่อยขึ้นไปตามสายคลองขุนน้ำ จนกระทั่งถึงที่ราบระหว่างหุบเขาแห่งหนึ่ง เชิงเขานครศรีธรรมราชหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เขาหลวง จึงได้ตั้งบ้านเรือนขึ้นเป็นหย่อมเล็กๆ
เรื่องเล่านี้เมื่อสอบค้นแล้วพบว่าสอดคล้องกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ของนครศรีธรรมราช ในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเฉพาะในช่วงรัชกาลที่1 และ 2 ซึ่งปรากฎว่ามีไพร่หลบหนีการเกณฑ์ทัพไปไทรบุรีถึง 400 คน และใน พ.ศ. 2355 ก็ปรากฎว่ามีไพร่หลบหนีนายไปอยู่สงขลา พัทลุงถึง 800-900 คน เนื่องจากเวลานั้นไพร่ต้องเข้าเวรรับใช้หลวง หรือไม่ก็ต้องเสียเงินปีถึง 18 บาท ดังนั้นสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เหล่าทหารเกณฑ์ที่มาตั้งรกรากที่คีรีวงนี้น่าจะเป็นไพร่หนีนายมาจากนครศรีธรรมราชนั่นเอง .....
#2 by มุ (203.153.171.200) At 2007-04-14 16:41,
ไปเอามาจากไหน ไพร่หนีนาย บ้ารึเปล่า
#1 by คนคีรีวง (203.114.101.55) At 2007-04-12 23:00,

มุทิตา พานิช
View full profile