trips

2006/May/11

(1) แรกพบ ชาวฉือจี้

26 เม.ย. 49

ตามประสาทัวร์ที่มีลูกทัวร์เยอะและงานยุ่งแทบทุกคน หัวหน้าทัวร์ทำการนัดเวลาเจอกันที่ดอนเมืองตั้งแต่สิบโมงครึ่ง เพื่อจะรอไปขึ้นเครื่องตอนบ่ายโมงครึ่ง มาถึงปั๊บผ่านเครื่อง x-ray กระเป๋าแล้ว ก็มีอาสาสมัครฉือจี้มานำทางไปเล้า(นจ์)พิเศษที่เตรียมไว้ต้อนรับอย่างดี นับตั้งแต่นั้น เราก็ได้ทำความรู้จักกับชาวฉือจี้นับสิบที่เข้ามาพูดคุยอย่างเป็นกันเอง อาสาสมัครที่เป็นผู้หญิงหลายคนแต่งชุดกี่เพ้าสีน้ำเงินเข้ม ผู้ชายบางคนใส่สูทสีเดียวกัน บางคนก็อยู่ในชุดที่ดูลำลองกว่า เป็นเสื้อยืดสีน้ำเงินเข้ม กางเกงสีขาว คนที่เข้ามาคุยกับเราเป็นแม่บ้านชาวไต้หวันที่มาแต่งงานกับคนไทยแล้วก็แปลงสัญชาติเป็นไทยแล้ว เธอบอกว่าตอนกลับไปไต้หวันมีเพื่อนชวนไปฉือจี้ แล้วก็ติดอกติดใจกลับมาเข้าเป็นสมาชิกฉือจี้ที่เมืองไทย สังเกตดูชาวฉือจี้ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส ช่วยกันต้อนรับพวกเราอย่างดียิ่ง เห็นใครนั่งคนเดียวหรือนั่งว่างๆเป็นไม่ได้ จะต้องเข้ามาชวนคุย สาวๆส่วนใหญ่เป็นชาวไต้หวัน มีคนไทยประปราย ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจหรือภรรยา ชาวฉือจี้ประมาณ7-8 คนจะช่วยนำทีมเราไปตลอดทริป โดยที่ทุกคนออกค่าใช้จ่ายของตัวเองทั้งหมด อะไรจะสุดยอดขนาดนั้น (และ เขาปั๊มเงินมาจากไหนเนี่ย!)

ชาวฉือจี้มาร้องเพลงต้อนรับที่สนามบิน

การเดินทางด้วยเครื่องบิน KLM เป็นไปอย่างเรียบร้อย แม้ว่าอาหารจะไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ สมาชิกหลายคนเริ่มพึมพำทำนายอนาคต ที่เราจะต้องกินเจกันไปตลอด 4 วัน หลายคนบอกว่าที่คิดหนักว่าจะมาหรือไม่มาก็ตรงนี้เอง เอาละวะ มื้อสุดท้ายขอไวน์มาสั่งลาเสียหน่อย เปล่านะ นั่นเสียงคุณหมอที่นั่งแถวหน้าตะหาก

เพียงสามชั่วโมงครึ่ง งีบหนึ่งก็ถึงแล้ว อันนี้ก็เปล่าอีก เรานั่งดูแฮรี่ พอตเตอร์ต่างหาก หนังจบได้ไม่ทันไรเครื่องก็ลงที่ไทเป ฝนพรำอยู่นอกหน้าต่าง ต.ม.ไต้หวันไม่ยักมีไอ้ตาปลาจ้องถ่ายรูปแบบบ้านเราแฮะ แต่เขากลับมีเครื่องวัดอุณหภูมิให้เดินผ่าน ลุงคนญี่ปุ่นคนหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่เรียกไว้ ได้ยินเสียงหัวเราะแว่วๆว่า พ่อดื่มจนหน้าแดงเขาคงสงสัยว่าเป็นไข้(ซาร์ส) สำหรับทีมเราทุกอย่างสะดวกดาย เพียงแค่รับกระเป๋าแล้วเดินออกมา ก็เจอกองทัพชาวฉือจี้ ยืนเรียงรายยาวเหยียดอยู่สองฝั่ง ร้องเพลง(ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นเพลงประจำทริป) พร้อมปรบมือต้อนรับ หลายคนยกมือไหว้โค้งต่ำอย่างงาม โอ้โฮเฮะ อะไรมันจะปานนั้น ลืมบอกไปว่า ตลอดการเดินทางเรามีตากล้องแบกกล้องน้ำหนัก 8 กิโลตามไปทุกหนแห่ง เก็บภาพและเสียงไว้แทบทุกย่างก้าว เขาเตรียมการได้พร้อมอย่างอเมซิ่งจริงๆ

พวกเราถูกต้อนขึ้นรถทัวร์คันใหญ่ และนับแต่นี้ต่อไป จะใช้เวลาบนรถอีกมาก เวลาบนรถที่มักจะใช้งีบหลับหรือคุยไร้สาระ จะถูกยึด(ไมค์)โดยชาวฉือจี้ทั้งหลาย อันประกอบด้วย พี่สุชน พี่ยงเกียรติ คุณเมตตา และคุณส้ม เป็นส่วนใหญ่ และ น้องหญิง คุณวิวัฒน์ คุณลัดดา คุณฐิติมา คุณกรุณา กับคุณ เฉิน จง ฟู ตากล้องกิตติมศักดิ์ (ที่ถูกสัมภาษณ์) อีกเล็กน้อย ทุกคนผลัดเปลี่ยนกันมาเล่าประสบการณ์ชีวิต ทั้งก่อนและหลังเข้าเป็นชาวฉือจี้ให้พวกเราฟัง เราจะได้พบกับนักเล่าเรื่องชั้นยอด ที่จะทำให้คนฟังหัวเราะไปพยักหน้าไปกับปรัชญาชีวิตตามแนวทางของฉือจี้ ความศรัทธาในการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความอ่อนน้อมของทุกคนไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

2006/May/11

(0) เตรียมตัวเตรียมใจ ไปเยือน ฉือจี้

ถ้ามีคนอยากไปเยอะ ก็ให้คนอื่นไปดีกว่ามั้ง

งานนี้เธอต้องไป พลาดไม่ได้ ท่านบิดาฟันธง

เราออกจะแปลกใจกับคำสั่งกลายๆ ที่ไม่มีบ่อยนัก ทุกครั้งเวลาไปไหนและคิดว่าเราอาจสนใจ พ่อจะแค่ชวนเฉยๆ ไปก็ไป ไม่ไปก็แล้วกัน

 ไปไต้หวันคราวนี้ ทำไมเราถึงลังเลน่ะหรือ ก็ดูรายชื่อคนไปสิจ๊ะ มีแต่ผู้ยิ่งใหญ่ในวงการทั้งนั้น น.พ. ดร. ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ คณบดี อายุอานามรวมกันสามสิบกว่าคนน่าจะเฉียดสองพัน แล้วจะให้เราไปฉุดอายุเฉลี่ยของทัวร์หรือไง??? อีกอย่าง แทบทุกคนเป็นหมอหรือไม่ก็ผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องหมอๆ แล้วหนูล่ะฮะ ... ไม่เกี่ยวเลย

แต่ถ้าลืมเรื่องอายุ โมเมเล็กน้อยว่าเราก็ทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องสุภาพนา (ก็สุขภาพจิตของคนไง) รวมทั้งทำใจกับการขึ้นๆลงๆรถทัวร์ตามแบบฉบับทัวร์ดูงานแล้วล่ะก็ เนื้อหาก็น่าสนเหมือนกันนะ มูลนิธิพุทธฉือจี้ เกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ ชื่อยังกะรำมวยจีน (นั่นมันจี้กง) ดีที่มีคุณหมออำพลที่เคยไปดูงานมาแล้วเขียนเล่าให้ฟังอย่างค่อนข้างละเอียด คำว่า อาสาสมัคร ก็เลยเตะประตูใจเข้าไปเต็มเหนี่ยว เขาว่ามีอาสาสมัครมูลนิธิจำนวนหลายล้าน ทำงานเล็กงานน้อยกัน ขนาดที่ว่าช่วยหาเงินสนับสนุนหนึ่งในสี่ของค่าใช้จ่ายช่องทีวีของมูลนิธิได้เลยเชียวนะ แล้วเรื่องภิกษุณีที่เป็นคนก่อตั้งก็น่าสนอีก ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึง เริ่มอะไรเล็กๆ แล้วทำไมมันขยายใหญ่ได้ขนาดนี้ เป็นใครก็ต้องอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา

ความอยาก-ไม่อยาก ยังคงสลับกันมาเยือนเป็นระยะ จนเพื่อนคนหนึ่งเตือนว่า ถ้ามันต้องไปจริงๆก็ทำใจให้ตื่นเต้นอยากไปไว้ดีกว่า ถ้าคิดว่าไม่อยากไปเราก็จะกร่อยเองตั้งแต่แรก เออ ก็จริงของเขา เอาวะ ไปก็ไป



มุทิตา พานิช
View full profile